| มองย้อนกลับไปโดยเริ่มจากการเป็นนักเรียนเพื่อเรียนภาษาสวีดิชจนถึงเรียนในระดับHögskolan ของเราคงไม่ค่อยเหมือนคนอื่นนัก หลายๆคนมักถามเราอยู่เสมอ ว่าเรียนอะไร ที่ไหน และเริ่มต้นอย่างไร ปกติแล้วเรามักชอบพูดมากกว่าเขียน แต่คราวนี้ขอเขียนเอาไว้หน่อย เอาไว้เป็นความทรงจำและประวัติการเรียน ปกติแล้วความจำสั้นอ่ะ พอผ่านไปนานๆแล้วมักจะลืม และเป็นแนวทางเผื่อเพื่อนที่สนใจ หรือ ใครที่ต้องการเรียนแบบเรา จะได้มีแนวทางนำไปใช้ได้บ้าง ชีวิตการเรียนในสวีเดนของเราแตกต่างจากเพื่อนในชั้นคนอื่นๆ ที่เขาต้องจบSAS B, Svenska 2 Bหรือ Sjukvård Svenska มา แต่เรามีวุฒิของนอร์เวย์ มาแทน ทางโรงเรียนก็เทียบวุฒิให้ไปเรียนเหมือนคนอื่นเลย หลายคนคงสงสัยอีกแล้วใช่ไหมว่าทำไมเรามีวุฒิจากนอร์เวย์ เหตุผลก็คือ เคยอยู่และเรียนที่นอร์เวย์มา 3 ปีก่อนย้ายมาสวีเดนค่ะ มาเข้าเรื่องต่อ บ้านอยู่ Göteborg แต่ต้องเดินทางไปเรียนที่ Borås ซึ่งต้องใช้เวลาเดินทางจากบ้านไปรร. รวมแล้ว 1 ชั่วโมงกว่าๆส่วนการฝึกงานก็ไปฝึกกันหลายที่อยู่ต่างเมืองแทบทั้งนั้นและใช้เวลาเดินทางแต่ละที่ไม่น้อยกว่า 30 นาที บางเมืองไกลหน่อยนั่งรถ 1 ชั่วโมง หลังจากต้องใช้ความอดทน ความตั้งใจ ที่มีอันน้อยนิดในตอนแรก แต่โดนทั้งผลัก ทั้งดัน ทั้งกระตุ้น ให้ตั้งใจ และสู้เพื่อการเรียน ทั้งที่ตัวเองหมดแรง ตั้งแต่เริ่มรู้ว่าจะได้เข้าเรียนแล้ว ก็อายุเข้าไปปูนนี้แล้ว ให้กลับไปเรียนวิชาเดิม แต่เรียนด้วยภาษาสวีดิชเนี่ยนะ เพื่อแลกกับใบประกอบโรคศิลป์ของสวีเดน มันสาหัสทีเดียว เรียนภาษาไทยก็ยากแล้ว ยังจะต้องมาเรียนเป็นภาษาสวีดิชอีก ถอดใจไปตั้งแต่เริ่มเรียนแล้วล่ะ แต่ก็ได้กำลังใจอย่างท่วมท้น เริ่มจากสามี ที่ดีใจจนออกนอกหน้า ตั้งแต่เราได้จดหมายจากโรงเรียน ที่เรียกตัวไปเรียน ไอ้เราสิหงอยเลย เพิ่งจะเรียนภาษาสวีดิชได้เบ็ดเสร็จ 3 เดือน ให้โดดข้ามไปเรียนพยาบาล โอยอยากจะบ้าตาย แล้วเราจะเรียนรู้เรื่อง หรือตามทันเพื่อนเหรอ ถึงแม้เราจะ อ่านออก พูดได้ เขียนได้ดีในภาษานอร์วีเจียน และมีวุฒิการศึกษา จากนอร์เวย์ แต่เราก็ไม่ใช่คนนอร์วีเจียน ที่จะรู้และเข้าใจภาษาสวีดิชไปซะทุกอย่างนี่นา ประท้วงไปก็ไม่มีใครฟัง ทั้งครูน้อย ครูใหญ่ ก็ให้กำลังใจว่าเธอเรียนได้ เค้าเทียบวุฒิให้เธอแล้ว แล้วเธอก็พูด ภาษานอร์วีเจียนกับคนไข้และครูได้ อีกหน่อยภาษาสวีดิชมันก็มาเอง เราเองนึกในใจ อีกกี่ปีมันจะมาล่ะคะครู เราอยากเรียนพื้นฐาณทางสวีดิชก่อนน่ะ นี่ให้เราเรียน วิชายากสุดก่อน แล้วเราจะไปไหวเหรอ การเรียนหลักสูตรดีมาก ระหว่างเรียน เราจะได้เงินเบี้ยเลี้ยง เดือนนึงหักภาษีแล้วก็เหลือ ประมาณ 3800-4000 kr. และค่ารถ อีกต่างหากโดยเค้าให้จ่ายค่ารถเองบางส่วน ในส่วนเกินที่เหลือหลวงจ่ายให้หมด หนังสือเรียนทั้งหมดฟรี ถ้าต้องซื้อเองก็หลายตังค์อยู่ ตำราแต่ละเล่ม แพงน่าดู เพื่อนบอกว่าเงินทุนที่เค้าให้เราเรียนต่อนักเรียนพยาบาลหลักสูตรนี้รัฐบาลต้องจ่ายตกคนละ 1 ล้านโครน ไม่อยากจะเชื่อทำไมมันแพงอย่างนี้ แต่มาคิดดูว่าไหนจะจ่ายให้เราและจ่ายให้ค่าครูผู้สอน และทางโรงเรียน ค่าตำรา ค่าเช่าสถานที่รวมทั้งเจ้าหน้าที่เวลามีการเรียนทางไกลโดยผ่านจอทีวีอีก และสถานที่ฝึกงานในที่ต่างๆ มันก็เยอะไม่ใช่น้อย มันก็เป็นการลงทุนแบบนึงซึ่งทางรัฐบาลส่งเสริมให้คนต่างชาติที่มีการศึกษาและเคยทำงานมาจากประเทศของตัวเอง ได้ใช้ความรู้ที่มีอยู่มาใช้ให้เกิดประโยชน์ในสวีเดน ซึ่งเป็นเหมือนทางลัดให้เราเรียนจบและได้ทำงานเร็วขึ้น โดยไม่ต้องไปเริ่มต้นเรียนเหมือนเด็กใหม่ เมื่อก่อนนี้ทั้งหมอและพยาบาลรวมทั้งจนท.ในสายการแพทย์ เมื่อเข้ามาอยู่ในสวีเดน ก็ยังทำงานที่ตัวเองเคยทำไม่ได้ ต้องเริ่มหางานต่างๆเพื่อให้มีรายได้ เป็นที่น่าเสียดายความรู้เดิมไม่สามารถนำมาใช้ได้ทันที บางคนไปเริ่มงานเช่น งานในครัว ตามร้านอาหาร ร้านขายของ โรงงาน งานทำความสะอาด หรืองานทั้งหลายที่สามารถทำรายได้ให้ได้ งานเหล่านี้ไม่ใช่ว่าไม่ดี แต่ถ้าเค้าสามารถเอาความสามารถที่มีอยู่มาทำงานให้ตรงกับงานที่เคยทำ มันได้ประโยชน์มากกว่า เนื่องจากสวีเดนยังขาดบุคคลากรทางการแพทย์มาก |
วันอังคารที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2553
เส้นทางสู่การเป็นนางพยาบาลของเรา
สมัครสมาชิก:
ส่งความคิดเห็น (Atom)

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น